error! :: LOXLEY Public Company Limited ::
    • NEWS & EVENTS

      Loxley Goes For Own Brands

      Loxley Goes For Own Brands

      แหล่งที่มา : Bangkok Post วันที่ : 2014-09-18

      Loxley Goes For Own Brands

                Loxley Plc is set to double its trading sales to 8.6 billion baht over the next five years through a partnership strategy to provide only its own products in a bid to cut business risk and build long-term sustainable growth.

                Providing its own products and services means Loxley will set up production and distribution centres, and build brands itself.

                Suraphand Bhasitnirandr, the company's senior executive vice-president, said consumer products, automobiles and their service, and construction materials will be the priority growth engines.

                Key strategies to achieve its goal include utilising Loxley's core distribution network through synergy with all business units in the group, distributing products to retail outlets and having its own production facilities.

                It will increase the variety of products under its portfolio, both from its own brands and others. Construction materials are predicted to grow with expected mass transit and transport projects.

                For consumer products, the company will spend 100 million baht over the next five years to build its own production and products, excluding its own distribution outlets.

                Loxley is negotiating to form a partnership with consumer product makers that use the company's distribution service, preparing 20-30 million baht for the deal.

                It also plans to introduce its Kleena brand for household products to the market in the first half next year, as well as adding new beverages under its umbrella brand Good Time.

                Distributing its own products instead of others' to retail channels should improve profits, which fell for this business to 13% from an average of 16-17% earlier due to expenditures from modern retail chains such as entrance fees.

                Loxley recently acquired the rights to operate Suksaphand shops at schools across the country, with plans to increase the shops to 300 over three years. It also plans a joint venture garage service with a giant automotive operator from Japan that operates CarConveni garages.



      ล็อกซเล่ย์รุกสร้างแบรนด์

      ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง ลุยธุรกิจครบวงจร เร่งปั้นแบรนด์ รุกแฟรนไชส์ซ่อมรถด่วนรายแรกในไทย ตั้งเป้า 3 ปี ดันสัดส่วนรายได้จากการสร้างแบรนด์เป็น 20%

                นายสุรพันธ์ ภาษิตนิรันดร์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท  ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์ของ "กลุ่มธุรกิจการค้า" ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ธุรกิจในเครือ ล็อกซเล่ย์ ว่า จะรุกธุรกิจครบวงจรจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ มากขึ้น จากปัจจุบันรายได้หลักจะมาจากธุรกิจจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ

      โดยจะเพิ่มหน้าร้านและผลิตสินค้าในแบรนด์ของตัวเองมากขึ้น เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าที่มีเครือข่ายอยู่กว่า 5 หมื่นแห่งทั่วประเทศ เช่น น้ำผลไม้ Bubble Bee , ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด Kleena และเครื่องดื่ม Banana Drink เป็นต้น
       
      "การจัดจำหน่ายและกระจายสินค้า เราจึงต้องมีโรงงานผลิตสินค้า สร้างแบรนด์ รวมถึงศูนย์วิจัยและพัฒนาสินค้า เป็นของเราเอง เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้สร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ"

      นายสุรพันธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง ได้พัฒนาสินค้าและบริการ ประกอบด้วย ธุรกิจจัดเลี้ยงหรือจัดส่งอาหาร แฟรนไชส์ร้านอาหารญี่ปุ่น ธุรกิจร้านค้าปลีก ตลอดจนเพิ่มจุดจำหน่ายสินค้า (Kiosk) ขณะที่กลุ่มสินค้าเคมีอยู่ระหว่างพัฒนาสินค้าจากวัตถุดิบเคมีภัณฑ์เป็น เครื่องสำอาง  พัฒนาสินค้ากลุ่มอาหาร อีกทั้งขยายกลุ่มสินค้าใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ 

      นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างพัฒนาธุรกิจบริการซ่อมรถยนต์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต่อยอดจากกลุ่มธุรกิจจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ ตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยได้เจรจา กับแฟรนไชส์จากญี่ปุ่น "Car conveni" โดย ล็อกซเล่ย์ถือหุ้น 50% ญี่ปุ่นถือหุ้น 41%  และอีก 9 % เป็นกลุ่มธุรกิจ KP จากลาว

                ตั้งเป้าหมายขยายในไทย 200-300 สาขา ภายใน 3 ปี คาดว่าจะเริ่มต้นได้ปลายปีนี้ ถือเป็นการบุกธุรกิจซ่อมรถยนต์ด่วนรายแรกในไทย โดยจะดึงธุรกิจอู่ซ่อมรถยนต์เข้ามาพัฒนาแฟรนไชส์ ร่วมกัน 

      ทั้งนี้ได้วางงบเพื่อการพัฒนาสินค้าและธุรกิจใหม่ ปีละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และยังมีแผนที่จะเข้าไปร่วมทุนในกลุ่มโรงงาน ผู้ผลิตเพื่อร่วมกันพัฒนาสินค้าอุปโภคบริโภคและด้านสุขภาพ

                สำหรับรายได้ในกลุ่มธุรกิจ ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้งมีสัดส่วน 25% ของรายได้รวมเครือที่ทำได้ 10,000-14,000 ล้านบาท/ปี โดยมี รายได้หลักจากธุรกิจวางระบบสารสนเทศ (ICT) ส่วนใหญ่เป็นโครงการภาครัฐ สัดส่วน 65% และกลุ่มบริการ เช่น งานรักษาความปลอดภัย ธุรกิจร่วมทุน

                ล็อกซเล่ย์เทรดดิ้ง ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายและกระจายสินค้ามากว่า 30 ปี อาทิ น้ำมันพืชกุ๊ก นมหนองโพ ถั่วกรีนนัท กลูลิโกะ ซีเล็คท์ ทูน่า จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ และเพิ่มสัดส่วนรายได้แบรนด์ในเครือจาก 10% เพิ่มเป็น 20% ภายใน 3 ปี 

       

      ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557