error! :: LOXLEY Public Company Limited ::
    • NEWS & EVENTS

      Loxley Trading Sees Promise in E-Business

      Loxley Trading Sees Promise in E-Business

      แหล่งที่มา : BANGKOK POST วันที่ : 2016-04-11

      Loxley Trading Sees Promise in E-Business

            Loxley Trading Co, the distribution arm of Loxley Group Plc, seeks to become a total e-business solution provider within the next three years to ensure sustainable growth in the long term.


                Managing director Kosoom Sinphurmsukskul said the company will put more focus on developing its e-commerce platform, providing e-solutions to strengthen its trading services from upstream to downstream for its clients.


                In addition, the company wants to expand its customer base by attracting university students and working people.


                In an initial step, it will spend 40-50 million baht on developing its IT system to facilitate e-commerce activities this year.


                Loxley Trading began its e-commerce venture by launching its own skincare brand, Jayoun, and selling it via the online channel since late last year.


                It added the Pretty Story skincare brand on its e-commerce channel on April 1.


                Jayoun skincare products are produced in South Korea and repackaged in Thailand. This skincare brand is based on research and development by a leading producer of Korean skincare products.


                Jayoun is the first skincare brand under Loxley Group. The company sees plenty of potential in skincare as it is one of the few product categories facing strong demand despite the economic downturn.


                Thailand's skincare market is large, estimated at 20-30 billion baht a year.
                Mrs. Kosoom said apart from its two skincare brands, the company also plans to introduce its own food supplement brand in the second half of this year.


                She said the move was a response to the growing health and wellness business and Thailand's ageing society.


                With this plan, the company expects to boost the proportion of its own brands to 30% of total sales over the next three years, up from the current 10%.


                Sales are expected to reach 4 billion baht over the next three years, up from 3 billion baht expected this year.
       

       



      ล็อกซเล่ย์ฯ ปั้นสินค้าแบรนด์ใหม่ดันเป้า 3 ปี 4 พันล.


                ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง วางแผน 3 ปีก้าวสู่ผู้ให้บริการจัดจำหน่ายสินค้าครบวงจร เตรียมลงทุนต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 40-50 ล้าน หวังทำยอดขายทะลุ 4 พันล้าน ใน 3 ปี พร้อมปั้นแบรนด์สินค้าของตัวเองสร้างรายได้สัดส่วน 30%


                นางโกสุม สินเพิ่มสุขสกุล  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในกลุ่มล็อกซเล่ย์  เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงแผนธุรกิจในระยะ 3 ปีนับจากนี้ว่า จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาช่องทางอี-คอมเมิร์ซ เพื่อก้าวสู่การเป็น Total E-commerce Solution หรือผู้ให้บริการด้านอี-คอมเมิร์ซแบบครบวงจร โดยวางงบประมาณการลงทุนไว้เบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 40-50 ล้านบาท โดยวางเป้าหมายยอดขายในระยะ 3 ปีข้างหน้าไว้ประมาณ 4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาดว่าจะมียอดขายมากกว่า 3 พันล้านบาท


                สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจไปสู่เป้าหมายดังกล่าว  บริษัทจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบไอทีภายใน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและรองรับการเติบโตในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 30% และให้ความ สำคัญกับการพัฒนาสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทเอง ซึ่งได้วางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากแบรนด์สินค้าของตนเองเป็น 30% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 5-10%


                "แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อยังไม่กลับมาเป็นปกติ  กำลังซื้อทรงตัวและยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน  รวมถึงมีปัญหาเศรษฐกิจจากต่างประเทศอีก  แต่บริษัทยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาระบบภายในให้มีประสิทธิภาพ  การทำงานด้วยความรอบคอบและเน้นประสิทธิภาพ รวมถึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับการเติบโตในอนาคต เพราะหากรอให้เศรษฐกิจกลับมาเป็นปกติแล้วค่อยลงทุน จะไม่ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  ซึ่งเมื่อเศรษฐกิจดีเราก็จะแข็งแรง"


                นางโกสุม กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจปีนี้ ได้มีการพัฒนาสินค้าใหม่ภายใต้แบรนด์ของตนเองออกมาทำตลาด 3 แบรนด์ ได้แก่  1. เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แบรนด์วีมิกซ์ (VMix) 2.เครื่องสำอางแบรนด์พริตตี้ สตอรี (Pretty Story) และ 3.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาสินค้าและชื่อแบรนด์ สาเหตุที่พัฒนาสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเองขึ้นมาทำตลาด  เนื่องจากบริษัทมีความแข็งแกร่งในด้านการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางร้านค้า  และช่องทางโมเดิร์นเทรด ประกอบกับต้องการขยายช่องทางการทำตลาดในรูปแบบใหม่ ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน อย่างเช่นช่องทางอี-คอมเมิร์ซ


                โดยเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแบรนด์วีมิกซ์ บริษัทวางจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นหลัก เนื่องจากเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ง่าย โดยชูจุดเด่นของสินค้าที่เป็นช่องว่างทางการตลาดในเรื่องความหวานของเครื่องดื่ม ที่สินค้าส่วนใหญ่จะพบว่าใส่น้ำตาล ขณะที่แบรนด์วีมิกซ์ใช้หญ้าหวานเป็นวัตถุดิบในการให้ความหวานแทนน้ำตาล และมีปริมาณแคลอรีเพียง 30 กิโลแคลอรี จึงสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการดูแลสุขภาพได้


                ขณะที่เครื่องสำอางแบรนด์พริตตี้ สตอรี ซึ่งผลิตและนำเข้าจากโรงงานในประเทศเกาหลี มีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นวัยรุ่น กลุ่มนักเรียนมัธยมจนถึงนักศึกษามหาวิทยาลัย จึงใช้ช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซ และออนไลน์เป็นหลัก เสริมด้วยช่องทางร้านสุขภาพและความงาม เนื่องจากเป็นช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด โดยจะเน้นการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์  อาทิ การรีวิวสินค้าโดยบล็อกเกอร์ การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ โดยก่อนหน้านี้ได้พัฒนาเครื่องสำอางเกาหลีแบรนด์แจยอน ออกมาทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว 1 แบรนด์


                ส่วนผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร  ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาสินค้า โดยเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตสินค้าเสริมอาหาร มูลค่าการร่วมทุนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวได้ช่วงครึ่งปีหลัง การเข้ามาพัฒนาสินค้ากลุ่มดังกล่าว  เนื่องจากมองเห็นทิศทางการเติบโตของตลาดสินค้าเสริมอาหาร รวมถึงการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของคนไทย ที่ถือว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีการเติบโตสูง
      ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2559